วิเคราะห์ผลประมูลเดือนเมษายน 2561

ความต้องการในหมวดเครื่องมือการเกษตรและขนส่งเพิ่มขึ้น สวนทางกับความต้องการเครื่องมือก่อสร้างลดลง
โดยเฉพาะในหมวดรถขุด รถบดและรถตัก ซึ่งราคาประมูลลดลงอย่างมีนัยประกอบกับเดือนเมษามีวันหยุดยาว
อาการตลาดเหมือนว่าจะอิ่มตัวประกอบกับงานก่อสร้างไม่ขยายตัวตามที่ควร กระจุกตัวในโครงการใหญ่ๆเท่านั้น
ซึ่งส่วนมากงานโครงการใหญ่จะนิยมใช้เครื่องจักรใหม่ในโครงการมากกว่าจะหาซื้อเครื่องจักรใช้แล้วไปทดแทน
ส่งผลให้ตลาดเครื่องจักรใช้แล้วชะลอตัวลงในเดือนนี้
ราคาประมูลเดือนเมษายน  2561 เปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม
  • รถขุดขนาด 1 – 2.5 ตัน  ราคาปรับตัวลดลง
  • รถขุดขนาด 3 – 5 ตัน ราคาปรับตัวลดลง
  • รถขุดขนาด 6-12 ตัน    ราคาปรับตัวลดลง
  • รถฟอลค์ลิฟไฟฟ้าและเครื่องยนต์ขนาด 1 – 6 ตัน ราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัย
  • รถตักล้อยางขนาดต่างๆ ราคายังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • รถฟาร์มแทรกเตอร์และอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตร  ราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัย
  • เครื่องจักรโรงงานและเครื่องจักรงานก่อสร้างเบ็ดเตล็ด ราคาปรับตัวลดลง

ทางบริษัทฯยังให้มุมมองที่ดีต่อตลาดการค้าเครื่องจักรในปีนี้ฯ หากทางภาครัฐเร่งการใช้งบต่างๆเร็วขึ้น

[ผลประมูลนี้เฉพาะงานประมูลของทางบริษัทฯเท่านั้น ทั้งนี้อาจมีความแตกต่างจากสภาพตลาดทั่วไป]

ที่มา ทีมงานส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ JSSR
————————————————————————————
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 10 May 2018 – 11:59 น.ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เม.ย.61 ร่วงเหลือ 89.1 “สุพันธุ์” แนะภาครัฐเร่งเบิกจ่าย
ลดภาษีนำเข้าเปิดความสัมพันธ์การค้า-ลงทุนกลุ่มประเทศเกิดใหม่

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการประจำเดือนเมษายน 2561
ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพบว่า
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน 2561 อยู่ที่ระดับ 89.1
ปรับตัวลดลงจากระดับ 90.7 ในเดือนมีนาคม

เนื่องจากในเดือนเมษายน มีวันทำงานน้อยกว่าปกติจากวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์
รวมทั้งผู้ประกอบการได้เร่งผลิตไปในช่วงเดือนก่อนหน้าแล้ว ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตในเดือนเมษายนลดลง

อีกทั้งผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อต้นทุนการผลิต จากราคาวัตถุดิบ ราคาน้ำมันและค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
รวมทั้งการแข่งขันด้านราคา ขณะเดียวกันการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบทำให้ผู้ส่งออกสูญเสียรายได้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท

ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า จะอยู่ระดับ 102.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 100.9 ในเดือนมีนาคม
เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องโดยมีแรงหนุนจากภาคการส่งออก

อุตสาหกรรมขนาดย่อม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในเดือนเมษายน 2561 อยู่ที่ระดับ 72.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 74.7 ในเดือนมีนาคม
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซรามิก อุตสาหกรรมหล่อโลหะ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์

อุตสาหกรรมขนาดกลาง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในเดือนเมษายน 2561 อยู่ที่ระดับ 89.2 ปรับตัวลดลงจากระดับ 91.6 ในเดือนมีนาคม
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมหลังคาและอุปกรณ์, อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในเดือนเมษายน 2561 อยู่ที่ระดับ 106.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากระดับ 105.5
ในเดือนมีนาคม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี

ทั้งนี้ได้เสนอแนะต่อภาครัฐ 5 เรื่อง คือ

1.แก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่น ผ่อนปรนเงื่อนไขการขอสินเชื่อและการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

2.เร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ยังล่าช้า

3.ลดภาษีนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักร สำหรับผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก

4.เร่งเปิดความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่มีศักยภาพ

5.กำหนดมาตรการในการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น