อัตราค่าธรรมเนียมในงานประมูล คำนวณจากอะไร?

โดยปกติทุกๆธุรกิจจะมีต้นทุนค่าบริหารจัดการหรือค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจที่ทำ และกลยุทธ์การทำธุรกิจของแต่ละบุคคล แต่ที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องไปเกี่ยวข้องพัวพันด้วยก็คือ เรื่องเนื้อหากฏหมายควบคุมการทำธุรกิจ, หลักการเงิน, หลักการบัญชีและอื่นๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่เป็นมาตราฐานเดียวกัน เพื่อกำกับดูแลการทำธุรกิจให้อยู่บนความเสมอภาคเท่าเทียม แต่ความจริงแล้วการทำตามมาตราฐานต่างๆ ที่กำกับเอาไว้ ไม่ใช่เรื่องง่ายและยังมีค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น บนพื้นที่มาตราฐานการค้ากลับกลาย เป็นอุปสรรคสำคัญของการค้าซะเอง ทำให้เกิดการเลี่ยงกฎหมายอย่างจงใจเพื่อความอยู่รอดหรือเพื่อเพิ่มความได้เปรียบ แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำถูกกฏหมายเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ช่องทางต่างๆที่มีรองรับไม่ใช่จะทำให้เสียเปรียบ
หรืออยู่ไม่ได้ มันยังเป็นช่องทางไปสู่ความสำเร็จสูงสุดได้ด้วย เพียงคุณเริ่มต้นด้วยยอมรับและทำความเข้าใจในเงื่อนไขเหล่านั้นฯ
คุณจะพบช่องทางใหม่ๆของการพัฒนา อย่าลืมว่าการก้าวข้ามอุปสรรค แม้มันจะเป็นก้าวเล็กๆก็ตาม แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในก้าวต่อไป อย่าหยุดก้าวเพราะความฉลาด จงก้าวต่อไปด้วยความมั่นคง

 

อัตราค่าความสำเร็จและความสูญเสีย

การคำนวณอัตราค่าธรรมเนียมส่งสินค้าเข้าร่วมประมูลมีบรรทัดฐานจากสาเหตุของการสูญเสียโอกาส จากการเข้าไม่ถึงโอกาสในด้านต่างๆ เช่น การใช้สิทธิภาษีสนธิสัญญาทางการค้า, พิธีการนำเข้า-ส่งออก, ขั้นตอนการขอใบอนุญาติต่างๆ, การจดทะเบียนมาตราฐานสินค้า, การขอนำเข้าอุปกรณ์สาธารณสุข, การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตราฐานทางบัญชี, การเคลมแวต, การใช้บุคลากรชำนาญการ, การลงทุนอุปกรณ์หรือเครื่องมืออันทันสมัย, การสร้างระบบบริหารจัดการด้านธุรกิจดิจิตัล ฯลฯ ซึ่งตัวอย่างที่กล่าวมานี้ล้วนทำให้เกิดค่าสูญเสียโอกาส ซึ่งค่าสูญเสียโอกาสเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ว่าในยามเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี

ส่วนค่าสูญเสียราคา มักเกิดขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจมีการชะลอตัว คนส่วนใหญ่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ โดยไม่คำนึงถึงระดับความรุนแรงและระยะเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งต้นทุนราคาสินค้า, ค่าขนส่ง, ค่าจัดเก็บรักษา, ค่าภาษีอากรต่างๆที่ชำระไปแล้ว และค่าบริหารจัดการทุกด้านจะเป็นปัญญาใหญ่ กลายเป็นภาระหนักและเป็นอุปสรรคต่อความสามารถทำกำไรต่อมา
การค้าไม่เพียงแต่ต้องประสบกับการแข่งขันสูง  แล้วยังต้องประสบกับความเสี่ยงที่แผงตัวอยู่รอบด้าน ความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงให้เท่าทันต่อเหตุการณ์เป็นสิ่งจำเป็น  ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถป้องกันความสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและราคาสินค้า ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถ ในการควบคุมต้นทุนให้มีเสถียรภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นแก่กิจการ
เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงต่างๆมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่เครื่องมือป้องกันค่าสูญเสียโอกาสและราคาเป็นเครื่องมือที่ทำได้ยาก
เพราะต้องอิงกับความเสี่ยงจากตัวแปรสุ่มจากความหลากหลายทางเหตุการณ์ การประมูลแบบไร้ราคาสงวน อาจไม่ใช่เครื่องมือที่แม่นยำถูกต้องที่สุด เพราะการอาศัยบันทึกทางสถิติอย่างเดียวครอบคลุมไม่พอ แต่สำหรับผู้ประกอบแล้ว มันเป็นคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดที่ปรากฏขึ้นจากผลของการทดลองด้วยตนเอง

โดยทั่วไปผู้ประกอบการจะยึดความสำคัญการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาสินค้าเป็นหลัก ซึ่งต้องผูกติดกับเงื่อนไขทางสภาพเศรษฐกิจเป็นหลักสำคัญด้วย ซึ่งผลประกอบการขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจดี/ไม่ดี
ดังนั้น ในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน การตัดสินใจที่สามารถทราบทางเลือกที่ดีที่สุดก่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะยังไม่มีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด มีแต่เครื่องมือที่ใกล้เคียงกับความเสี่ยงที่สุดเท่านั้นที่จะบ่งชี้ ความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำที่สุดจากค่าความสูญเสียที่ต่ำที่สุด

 

เครื่องมือทางการตลาดยังไม่เพียงพอรองรับความผันแปร

ต้นทุนการตลาดเป็นต้นทุนสำคัญที่มีผลต่อความสามารถในการทำกำไร ความสามารถทำกำไรย่อมผกผันกันระหว่างราคาต้นทุนสินค้ากับค่าใช้จ่ายในด้านการบริหารจัดการ โดยทั่วไปเมื่อนำค่าบริหารจัดการบวกกับราคาต้นทุนสินค้า ก็จะพบความเป็นไปได้ของราคาขาย ราคาขายจึงเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อผลกำไร/ขาดทุน ส่วนค่าความนิยมของสินค้ามีช่วงเวลา โอกาสขายได้หรือต้องเก็บไว้ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องแม่นยำ ในอนาคตสินค้าคงค้างอาจกลายเป็นภาระ ก่อให้เกิดค่าความสูญเสียราคา ดังนั้น การเลือกใช้เครื่องมือใดในการตัดสินใจในวันนี้เป็นสิ่งจำเป็น

หลักแนวคิดของการตลาดแบบไร้เงื่อนไขราคาสงวนเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการสูญเสียโอกาสและราคา มูลค่าเกิดใหม่ของผลิตภัณฑ์เดิม บนพื้นที่เดิมและกฎหมายเดิมมีความสำคัญต่อการคำนวณค่าเสียโอกาสทางการค้าและราคาสินค้า โดยมิได้อิงกับหลักกำไรจากส่วนต่างของราคาสินค้าเพียงด้านเดียว แต่บ่งชี้ความเป็นไปได้ของการทำกำไรของกิจการ ซึ่งเกิดจากความสามารถในการปรับกลยุทธ์และการปรับแผนธุรกิจให้เท่าทันต่อเหตุการณ์

 

มาร่วมแบ่งปันความรู้-ความสามารถที่แตกต่างกัน

การประมูลแบบไร้เงื่อนไขราคาสงวนเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการตัดสินใจ เพื่อลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวภายใต้ข้อสมมุติที่ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ในอนาคต จากการเรียนรู้สิ่งปรากฏจากเหตุการณ์ คือ “คำตอบของผู้ประกอบการ” ไม่แบ่งทุนมาก/ทุนน้อย และไม่มีข้อจำกัดจากพื้นฐานของความรู้เดิม ซึ่งฐานข้อมูลความรู้เกิดใหม่ได้รับมาจากด้านความยืดหยุ่นทางการค้า ดังนั้น การติดตามทดลองค้าขายกับการประมูลอย่างสม่ำเสมอจะสร้างโอกาสที่ใช่สำหรับกิจการในอนาคต
ด้วยการลบกรอบความคิดเดิมที่มุงเน้นหาประโยชน์จากส่วนต่างราคาเพียงด้านเดียว โดยหันมาให้ความสำคัญกับความหลากหลายของมาตราฐานกฎหมาย, มาตราฐานการบริหารจัดการ, และความหลากหลายของคู่ค้าและพื้นที่ทางการค้า ซึ่งส่งผลโดยตรงกับการเพิ่มความสามารถในการหากำไร
ข้อมูลฐานความรู้ชุดใหม่ที่ได้รับจากผลการทดลองจะถูกสร้างขึ้นเป็นเครื่องแสดงเหตุผลของความจำเป็นและความต้องการ ซึ่งเป็นหัวใจของความสามารถในการอยู่รอดของกิจการทางตรง ดังนั้น ความเข้าใจถึงประโยชน์ของความแตกต่างบนพื้นที่ความหลากหลาย สิ่งที่น่าจะเป็นต่อเหตุการณ์ และค่านิยมที่ถูกต้องจะเป็นเหตุผลสำคัญต่อการตัดสินใจ

สำหรับความสำเร็จ ..เมื่อมีที่มา ย่อมมีที่ให้ไป
หยุดใช้การคาดเดา เพราะจะมีแต่เพียงคำพูดอ้างอิง
การใช้ผลทดลองเพิ่อปรับปรุงผลลัพท์ที่ดีกว่า
เป็นวิธีการเข้าสู่ความจริงตรงๆโดยไม่ต้องอ้อมไปใช้สิ่งที่คิดเอาเอง
สินค้าเหมือนข้อสอบ บางครั้งโจทย์ที่แลดูง่ายแต่ไม่รู้จะหาคำตอบอย่างไร
ความรู้เกิดจากการค้นคว้า เกิดจากผลทดลอง อย่าหยุดความสามารถของตนเอง
ด้วยข้ออ้างจากเหตุผลของความฉลาด หากไปเชิดชูความสว่างอย่างที่ตัวเราอยากรู้จัก
ทุกสิ่งก็จะแลดูมืดมัว หากเฝ้าดูความสว่างอย่างที่ความสว่างเป็น ทุกสิ่งจะดูแจ่มแจ้งดี
หลักธรรมภิบาลใครๆก็ชอบ ใครๆก็ยอมรับได้ การค้าที่ประกอบด้วยหลักธรรมย่อมแจ่มแจ้งไปได้ดี

ที่มา : ทีมงานส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ jssr
สมัครดูผลประมูลออนไลน์ได้ที่ ; http://www.jssr.co.th/register.php?agreecheck=on&step=2